Column

Apr. 23 2024

7 จุดชมซากุระสวยๆ ใน SAPPORO

ดอกซากุระที่ฮอกไกโดจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยจะบานเต็มที่พร้อมๆกัน ซึ่งแตกต่างจากส่วนอื่นๆของญี่ปุ่นที่ซากุระจะบานเต็มในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงกลางฤดู วันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่ยอดฮิตสำหรับนั่งชมซากุระฟินๆใต้ต้นซากุระในฤดูใบไม้ผลิกันครับ เพราะฉะนั้นเตรียมข้าวกล่องให้พร้อม กำเสื่อปิกนิกให้แน่น แล้วอ่านบทความที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ได้เลยครับ

 

ซากุระในฮอกไกโดจะบานช่วงปลายเดือน เมษายน - ต้นเดือน พฤษภาคม

หลายๆ คนคงเคยเห็นฉากดอกซากุระบานเต็มต้นในหนัง หรือการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิกันใช่ไหมครับ ซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เริ่มเปิดเทอมใหม่ หรือไม่ก็ช่วงจบการศึกษาของนักเรียน นักศึกษาญี่ปุ่น ซึ่งโดยปกติแล้วซากุระในประเทศญี่ปุ่นจะบานช่วงกลางเดือนมีนาคม - ต้นเมษายน (ก่อนสงกรานต์)

แต่ที่ฮอกไกโด ดั่งที่บอกไปแล้ว คือจะเริ่มบานช่วงปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้สำหรับใครที่พลาดชมซากุระแถวโตเกียว หรือที่อื่นๆ ยังสามารถตามมาเก็บซากุระสวยๆ จากที่นี่ได้ครับ 


 

ที่ฮอกไกโดนี้ นอกจากซากุระแล้ว ยังมีดอกบ๊วย ดอกลูกพีชบานในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย ทำให้ใครมาเที่ยวช่วยปลายๆ เมษาในทุกปี จะได้สนุกกับสีสันของดอกไม้บานทั่วๆ เลยครับ เรียกได้ว่าในเดือนพฤษภาคมนั้น ซัปโปโรจะมีสีสันต่างๆ ของฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือน

 

1) สวนมารุยามะ : สถานที่ยอดฮิตในซัปโปโร

 

ถ้าพูดถึงสถานที่ชมซากุระในฮอกไกโดก็ต้องนึกถึง “สวนมารุยามะ” เป็นที่แรก เพราะเป็นสถานที่ยอดฮิตที่สุดในการชมดอกซากุระ มีต้นซากุระสายพันธุ์เอโซะยามะซากุระ, โซเมโยชิโนะ ให้ชม ในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระที่ฮอกไกโด อยู่ห่างจากย่านตัวเมืองเพียง 3 กิโลเมตร เดินทางสะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน 

 

ชาวญี่ปุ่นนั้นจะไม่ได้เดินชมดอกไม้เพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่แล้วก็จะนำอาหาร เครื่องดื่มมานั่งทาน พร้อมชมบรรยากาศไปด้วย ซึ่งในฮอกไกโด ผู้คนจะมาปิกนิกที่สวนแห่งนี้ ก่อนหน้าโควิดนั้นสามารถมาปิ้งย่างทาน Jingisukan หรือบาร์บีคิวเนื้อแกะ ใต้ต้นซากุระกันได้ แต่เพื่อความปลอดภัยและการจัดการขยะ หรือไฟ ทำให้ต้องทำการห้ามกิจกรรมนี้ไปแล้วครับ

 

แต่สำหรับอาหารปรุงสุก หรือข้าวกล่องต่างๆ หรือการจัดปาร์ตี้กินดื่มที่ไม่มีการจุดไฟนั้นยังสามารถทำได้นะครับ อย่าลืมแวะมานั่งทานอาหาร หรือเดินชมที่นี่ 


 

ในปีนี้ คาดว่าซากุระจะบานที่สวนนี้ในช่วง 27 เมษายน - 6 พฤษภาคม  2024 

นอกจากซากุระแล้ว ยังมีต้นไม้อื่นๆ กว่า 330 สายพันธุ์ให้เดินชมกันในทุกฤดู เช่น หลังซากุระร่วงหมดแล้ว ก็ยังมีดอกทิวลิป,​ ลาเวนเดอร์ บานต่อ สร้างสีสันอันสวยงามแก่สวนที่นี่ เรียกว่ามาเที่ยวได้ตลอดปีเลยทีเดียว

  • ที่อยู่: 3 Miyagaoka, Chuo-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง: เดิน 5 นาที จากรถไฟใต้ดินสายโทไซ สถานี Maruyama Koen ทางออก 3
  • URL: https://maruyamapark.jp/

 

2) ศาลเจ้าฮอกไกโด : ชมซากุระและดอกบ๊วยไปพร้อมกัน

ศาลเจ้าฮอกไกโดอยู่ติดกับสวนมารุยามะ ว่ากันว่าเป็นหนึ่งจุด power spot ของฮอกไกโด และจุดชมดอกซากุระที่ดีที่สุดที่ศาลเจ้าฮอกไกโดคือ บริเวณทางเข้าที่มีต้นไม้เรียงรายซึ่งทอดยาวสู่ด้านหน้าศาลเจ้า พอออกซากุระบาน ทางเข้านี้จะกลายเป็นเหมือนอุโมงค์ดอกซากุระ คอยต้อนรับผู้มาสักการะมากมายครับ 

 

ในปี ค.ศ. 1875 ได้มีการปลูกต้นพันธุ์ยาเอยามะซากุระ 150 ต้นที่นี่ และว่ากันว่าเป็นจุดชมดอกซากุระแห่งแรกของฮอกไกโด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และปัจจุบันมีต้นเอโซะยามาซากุระ โซเมโยชิโนะ และยาเอซากุระรวมแล้วประมาณ 1,100 ต้น

 

พอเข้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ กระดิ่งเครื่องรางของที่ศาลเจ้า จะมีลายดอกซากุระมาให้ซื้อกลับด้วย อย่าลืมแวะซื้อถ้าได้มาเที่ยวนะครับ 

 

นอกจากนี้ยังมีสวนต้นบ๊วยภายในบริเวณศาลเจ้าฮอกไกโด ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับดอกบ๊วยที่บานในเวลาเดียวกับดอกซากุระ ลองไปแยกสังเกตความแตกต่างของสีระหว่างดอกซากุระและดอกบ๊วยกันได้ที่นี่ครับ 

 

อย่าลืมเดินเข้ามาแวะไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าเพื่อเป็นศิริมงคลด้วยนะครับ 

  • ที่อยู่: 474 Miyagaoka, Chuo-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง:เดิน 15 นาที จากรถไฟใต้ดินสายโทไซ สถานี Maruyama Koen ทางออก 3
  • URL: http://www.hokkaidojingu.or.jp/

 


 

3) ถนนชินกาวะซากุระ : ถนนสายซากุระที่ชาวเมืองร่วมกันปลูก

 

หากใครต้องการชมดอกซากุระแบบชาวเมืองซัปโปโร และเดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ สบายๆ ต้องที่นี่เลยครับ ถนนสายชินกาวะ ซากุระ ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระทอดยาว 10 กิโล ไปตามแม่น้ำโคโตนิ

 

สำหรับจุดชมซากุระหลักๆ จะอยู่ที่บริเวณซุปเปอร์มาเก็ตไดอิจิ ฮักเคน และที่จุดนี้จะสามารถชมซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะ และเอะโซะยามาซากุระได้ครับ 

สามารถเดินเลียบแม่น้ำไปทางตะวันตก จะเห็นว่ามีแนวต้นซากุระทอดยาวไปตลอดสาย หากอยากลองเดินให้สุดสายละก็ จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว สามารถมาแวะเดินถ่ายรูปแบบส่วนตัว คนไม่เยอะ และสัมผัสกับซากุระใกล้ๆ ได้ที่นี่ครับ

ถนนซากุระสายนี้ มีประวัติมายาวนาน โดยเริ่มในปี 1976 ได้มีชมรมผู้สูงอายุมาปลูกต้นซากุระ 10 ต้นที่ริมแม่น้ำชินคาวะนี้ แต่ในเวลานนั้น การปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำให้ต้องทำการถอนออกทั้งหมด จากนั้นในปี 1997 ได้มีการแก้ไขกฎหมายให้ทำได้ จึงได้มีการรวบรวมเงินบริจาคจากชาวเมืองซื้อต้นซากุระมาปลูกได้ 755 ต้น ยาวไปตลอดสาย และเมื่อทำการรวมกับเขตเทเนะแล้ว จะกลายเป็นถนนที่มีแนวต้นซากุระยาว 10.5 กิโลเมตร กลายเป็นถนนสายซากุระที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น

 

สำหรับปีนี้ วันที่ 25-26 เมษายน 2024 จะมีการจัดเทศกาลชมซากุระกลางคืน "ชินกาวะ โยซากุระ" ขึ้น โดยจะทำการส่องไฟในช่วงกลางคืน 18:30-20:30 สามารถมาชมสีสันใหม่ที่แปลกตาในช่วงกลางคืนของที่นี่ได้

  • ที่อยู่: Kita 23-jo Nishi 14-chome - Shinkawa Nishi 1-jo 7-chome, Kita-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจาก JR ฮาจิเคน, เดิน 15 นาทีจาก JR ชินคาวะ ทางออก 2
  • URL: https://www.shinkawa-sakura.server-shared.com/

 

แวะอ่านเกร็ดความรู้! ลักษณะของดอกซากุระฮอกไกโด

 

ดอกซากุระในฮอกไกโดก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย พันธุ์เอโซยามาซากุระ (Ezoyamazakura) ดอกซากุระที่เป็นตัวแทนของฮอกไกโดเป็นดอกซากุระป่าที่สามารถพบได้ทั่วฮอกไกโด เอโซยามะซากุระของฮอกไกโดมีสีสันที่สดใสกว่าภูมิภาคอื่นๆ มาก

การบานและสีสันของดอกซากุระนั้นมีสัมพันธ์กับความหนาวเย็น และฤดูหนาวที่หนาวเย็นของฮอกไกโดก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดสีสันที่สวยงามของดอกซากุระ

 

ลักษณะที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของเอโซยามาซากุระก็คือเป็นสายพันธุ์ป่า ส่วนซากุระ เช่น ซากุระโซเมโยชิโนะนั้นเป็น พันธุ์ที่ขยายพันธุ์โดยการต่อกิ่ง ดังนั้นพันธุ์นี้จะบานพร้อมกันและร่วงพร้อมกัน ในทางกลับกัน เอโซะยามาซากุระแต่ละสายพันธุ์จะมีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป แต่ละตั้น จะบานเต็มที่ในเวลาที่ต่างกัน และสีของดอกไม้ก็แตกต่างกันไปด้วย ทำให้เพื่อนๆ สามารถสังเกตต้นซากุระแต่ละต้นได้ทีละต้นๆ และสนุกไปกับความแตกต่างในความเป็นเอกลักษณ์ของต้นไม้ได้


 

4) สวนนาคาจิมะ : เดินทางสะดวกจากซูซูกิโนะ

 

สวนสาธารณะนากาจิมะตั้งอยู่ติดกับซูซูกิโนะ ย่านบันเทิงของซัปโปโร และเต็มไปด้วยธรรมชาติ มีหนอน้ำและสีเขียวมากมาย

ที่สวนนากาจิมะนี้ มีต้นซากุระประมาณ 400 ต้น รวมถึงเอโซะยามาซากุระ, ยาเอซากุระ และชิดะเระซากุระ และอีกหลายสายพันธุ์บานอยู่ที่นี่ 

 

จุดชมที่อยากแนะนำคือ บริเวณหน้า "โฮเฮคัง" อาคารอันเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น โดยมีซากุระโซเมโยชิโนะ และเอโซะยะมะซากุระปลูกไว้ที่นี่ สามารถถ่ายรูปอาคารสวยๆ สะท้อนน้ำและต้นซากุระได้ในช่วงที่บานเต็มที่

นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะบริเวณอาคารกีฬานากาจิมะ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์วรรณกรรมฮอกไกโดได้

  • ที่อยู่:1 Nakajima Park, Chuo-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสายนัมโบคุ ลงสถานีนากาจิมะโคเอ็น ทางออก 1, 3 รถไฟใต้ดินสายนัมโบคุ ลงสถานีโฮโรชิราบาชิ ทางออก 1, 2
  • URL: https://www.sapporo-park.or.jp/nakajima/

 

5) ศูนย์วิจัยคันจิโดโบคุ : ชมซากุระพันธุ์แปลก

ศูนย์วิจัยคันจิโดโบคุนั้น เป็นอีกจุดที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่เพื่อนๆ สามารถมาชมซากุระพันธุ์หายากที่ชื่อว่า ชิชิมะซากุระ ได้

 

สายพันธุ์ชิชิมะซากุระนั้น ถือเป็นสายพันธุ์สุดท้ายที่บานในญี่ปุ่น โดยหลายต้นได้ถูกปลูกอย่างดีในหมู่เกาะทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด และนำกลับมาปลูกในฮอกไกโดอย่างมากมาย

มีความแตกต่างจากซากุระชนิดอื่นๆ ที่มีความสั้นของกลีบดอก และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และที่ศูนย์แห่งนี้ มีต้นพันธุ์นี้กว่า 200 ต้น บานสวยงามบริเวณรอบแม่น้ำโชจิให้ชมกัน

 

เนื่องจากเป็นศูนย์วิจัยของราชการ โดยปกติแล้วจะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม แต่มีเพียงช่วงซากุระบานจะเข้าชมได้ ในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยวันเวลาที่เปิดให้เข้าชมนั้น สามารถเช็คได้ในเว็บไซต์ของศูนย์ฯ

 

↓สำหรับกำหนดการปี 2024 มีดังนี้

วันที่เปิด: 23-30 เมษายน 2024

เวลา:8:30-17:00 (อยู่ได้ถึง 17:30) 

มาลองมองหา ตามเก็บภาพซากุระสายพันธุ์ใหม่ๆ กันนะครับ

 

  • ที่อยู่:1-34, 1-jo 3 Hiragishi , Toyohira-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง:เดิน 3 นาทีจากรถไฟใต้ดินสายนัมโบคุ สถานี นาคาโนะชิมะ ทางออก 1
  • URL: https://www.ceri.go.jp/

 

 


6) มหาวิทยาลัยฮอกไกโด : จุดชมซากุระที่ใกล้ที่จุดจากสถานีซัปโปโร

 

มหาวิทยาลัยฮอกไกโดตั้งอยู่ทางเหนือของสถานีซัปโปโร เต็มไปด้วยธรรมชาติ แม้ว่าจะมีไม่กี่จุดที่มีต้นซากุระบาน แต่ก็มีต้นไม้แปลกตามากมายกระจายอยู่ทั่วมหาลัยขนาดใหญ่

 

จุดแนะนำ 1: รอบรูปปั้นคลาร์ก

รูปปั้นคลาร์กเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ด้านหลังมีสนามหญ้าและลำธาร และต้นเอโซยามะซากุระบานใหญ่ที่คุ้มค่าแก่การเดินมาชม สามารถมาเดินเล่น แวะรับลมชมวิวที่นี่ได้

จุดแนะนำ 2: หน้าคณะแพทยศาสตร์

มีอุโมงค์ดอกซากุระสวยงาม หน้าห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ ต้นซากุระ 30 ต้น (พันธุ์ยาเอะซากุระ) ปลูกโดยบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยซากุระสีชมพูสดใส

  • ที่อยู่: Kita 8-jo Nishi 5-chome, Kita-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง : เดิน 8 นาทีจากสถานี JR ซัปโปโร ทางออกด้านเหนือ เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดินสายนัมโบกุ สถานีคิตะ 12 โจ ทางออก 2
  • URL:https://www.global.hokudai.ac.jp/

 


 

7) สวนสาธารณะโอโดริ : ช้อปปิ้งพร้อมแวะชมซากุระได้ง่ายๆ 

สวนโอโดริ สวนสาธารณะกลางเมืองมีระยะทางยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวเด่นที่ใครมาฮอกไกโกต้องแวะมาที่นี่ และมีหอนาฬิกาทีวีทาวเวอร์เป็นจุดเด่น  มีซากุระประมาณ 50 ต้น จาก 7 สายพันธุ์ที่แตกต่างกันปลูกกระจายไปตามสวนนี้ครับ สามารถมาถ่ายซากุระ​ โดยมีฉากหลังเป็นทีวีทาวเวอร์ได้ด้วย

ในฤดูใบไม้ผลิ จะมีการตกแต่งแปลงดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้นานาชนิดนอกเหนือจากดอกซากุระได้ตลอดฤดูด้วย

เมื่อดอกซากุระเริ่มร่วง ดอกไม้ต่างๆ เช่น ทิวลิปและไลแลคก็เบ่งบานสวยเช่นกัน ทำให้สวนโอโดรินั้นมีสีสันสดใสตลอดฤดูครับ 

 

ในช่วงเดือน เมษายน - ตุลาคม จะมีซุ้มข้าวโพดขายที่สวนนี้ และอร่อยมาๆ เข้ากับบรรยากาศนั่งพักผ่อน อย่าลืมแวะชิมข้าวโพดฮอกไกโดที่สวนนี้นะครับ 

 

  • ที่อยู่:1-12 Odori Nishi, Chuo-ku, Sapporo, Hokkaido
  • การเดินทาง: เดินจากรถไฟใต้ดิน สถานีโอโดริ, นิชิ 11 โจเมะ
  • URL:https://odori-park.jp/

 

นอกจากซัปโปโรแล้ว ที่อื่นๆ ในเกาะฮอกไกโดยังมีจุดชมซากุระมากมาย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ นอกจาก 7 จุดที่เราแนะนำในบทความนี้แล้ว ยังมีสถานที่อื่นๆ ในฮอกไกโดให้แวะชมซากุระได้เช่นกันครับ 

และนอกจากซากุระแล้ว เรายังมีจุดชมดอกไม้อื่นๆ ในฤดูร้อนให้เพลิดเพลินกัน ลองแวะอ่านบทความได้ที่นี่

https://trippino-hokkaido.com/en/column/529


 

อ่านต่อ : จุดชมซากุระอื่นๆ ในฮอกไกโดเพิ่มเติม https://trippino-hokkaido.com/column/325

อ่านต่อ : มาแยกความต่างระหว่างดอกซากุระและดอกบ๊วยกัน https://trippino-hokkaido.com/column/122

 



เรายังมี Instagram ให้เพื่อนๆ มาเช็คอัพเดทเรื่องราวในฮอกไกโดอีกด้วย ตามมาได้ที่นี่

https://www.instagram.com/trippinohokkaido/

Must
Go
Now!

คุณควรไปตอนนี้!

May2024

คุณควรไปตอนนี้!