06.29 2017

เดินชิล ตลาดนิโจ + คาเฟ่ Saturday Chocolate Factory

 

เที่ยวญี่ปุ่นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ตลาดปลา” นะครับ และฮอกไกโด เรียกได้ว่าเป็นครัวของญี่ปุ่นเลย ปลาสดๆใหม่ๆ เยอะแยะ ทำให้มีตลาดปลาอยู่มากมาย และหนึ่งในตลาดปลาของซัปโปโรเด่นที่ใครๆก็ถามหา ก็คือตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี

ตลาดปลาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 100 ปี คึกคักไปด้วยเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพ่อค้า

ตลาดปลานิโจซึ่งถูกกล่าวกันว่ามีจุดเริ่มต้นจากการที่ชาวประมงที่ อ่าวอิชิคาริเริ่มนำปลาสดๆ มาวางขายในช่วงต้นยุคเมจิ ในอดีตมีตลาดปลาเรียงรายเลียบชายฝั่งแม่นํ้าโซเซยาวตั้งแต่เขตนิชิ 1โชเมะจนถึงฮิงาชิ 2โชเมะ ต่อมาจึงค่อยๆ มีร้านโซบะ ร้านเหล้า ร้านขายผลไม้และอื่นๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งเป็นรากฐานดังที่เห็นในปัจจุบัน*

 

ครั้งนี้จะพาไปชมว่าไปอย่าไร มีอะไรขายบ้างนอกจากปลา และพาไปกินไคเซ็นด้งหรือข้าวหน้าปลาดิบ สดๆในตลาดปลา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้หลังจากของคาวแล้ว ต้องตบท้ายด้วยของหวาน ไปดูกันว่าครั้งนี้เราเลือกแวะร้านไหน จะถูกใจรึเปล่า ลองมาดูกัน ^^


I. เดินทางสู่ตลาดปลา หาของกินช่วงเที่ยงกว่าๆ 

เริ่มกันเกือบบ่าย คือเวลา 12:30 ออกเดินทาง เพราะกะทานข้าวขำๆ แล้วต่อด้วยกาแฟ นั่งกินขนมชิลๆ เริ่มต้นจากการใช้ subway ไปลงสถานี Odori

 

มาถึงแล้ว สถานี Odori ขึ้นไปยังชั้นบน ออกทาง 34  เพื่อเดินต่อไปยังตลาดปลา

 

ตลาดปลาตั้งอยู่แถว Minami 3 johigashi (จุดแดงๆบนรูป) ใช้เวลาเดินประมาณ 7 นาที ค่อยๆเดิน ชิลๆ ก่อนถึงตลาดจะเจอกับแม่น้ำโซเซ แวะถ่ายรูปเล่นได้ครับ

และเราก็มาถึง Nijo Fish Market เป็นย่านหลังคาสีฟ้าๆ ดูเด่นกว่าตึกรอบข้าง หาได้ไม่ยากนะครับ หากใครหลงยังไง ก็สามารถถามคนญี่ปุ่นได้ ว่า “นิโจ อิจิบะ วะ โดโขว เดสึก๊ะ” (ตลาดปลานิโจอยู่ทางครับ) แล้วแน่นอนว่าเขาบอกทางให้เราแน่ๆครับ ก่อนอื่นเลย เดินสำรวจตลาดก่อน ว่ามีอะไรขายบ้าง หลักๆก็จะเป็นพวกอาหารทะเล เริ่มตั้งแต่ ปู กุ้ง หอย ปลา ทั้งสดและก็อาหารแห้ง ราคาก็มีมากมายเหลือเกิน แต่ส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก มีบริการส่งให้ด้วย

เนื่องจากเป็นตลาดไม่ใหญ่ ใช้เวลาสำรวจไม่เกิน 30 นาทีก็เสร็จแล้ว ส่วนใหญ่ก็เดินบริเวณร้านที่ติดถนนเอาได้เลยครับ ใครอยากลองอยากชิม อยากถ่ายรูปปลาแปลกๆ ก็ทำได้นะ พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ใจดี ต้อนรับและคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

คราวนี้ถึงเวลาหาของกิน ซึ่งวันนี้เราพาไปตรอกลึกลับที่ชื่อว่า Noren Yokocho (โนเร็นโยโคโจ) เป็นตรอกที่รวมเอาร้านค้าขึ้นชื่อ มีชื่อเสียงในย่านนี้ มีความเป็นญี่ปุ่น และเป็นเอกลักษณ์เข้าด้วยกันครับ เนื่องจากเราไปช่วงบ่ายๆ แล้ว คนอาจไม่เยอะเท่าช่วงเช้า ใครชอบบรรยากาศซอยร้านอาหารในตลาดปลาแบบคลาสสิก แนะนำเลยนะครับ มี 2 ชั้น เปิดสลับกันไปตลอดวัน คือ พวกปลาดิบก็เช้าๆ ถึงกลางวัน ส่วนกลางคืนก็มีผับ บาร์เปิดต่อ เรียกได้ว่ามาได้ตลอด

สำหรับมื้อเที่ยงนี้ เราเลือกร้าน “ซาคานะยะ โนะ ไดโดโคโระ” (Sakanaya no daidokoro) เป็นร้านรวมข้าวหน้าปลาดิบต่างๆ และได้คะแนนในเว็บกูเกิ้ลสูงอยู่เหมือนกัน เลยขอเข้าไปลองหน่อยนะครับ

หน้าตาทางเข้าตรอกโนเรน โยโคโจ มีโคมแดง และป้ายร้านข้าววางอยู่

ร้านที่จะไปอยู่บริเวณ ชั้น 1  ห้องที่ 3 สังเกตดูหน้าร้านมีป้ายเหลืองๆ และมีรูปภาพอาหารแปะเต็มไปหมด เมนูมีมากกว่า 10 อย่าง เลือกตามรูปภาพและราคาได้เลยนะครับ ร้านจะแคบๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่น ดูอบอุ่นๆดี เหมือนเรามาทานที่ห้องครัวของเขาเลย วันนี้กินแบบเบาๆ เป็น Salmon Don หรือ ข้าวหน้าปลาแซลมอน  ราคาอยู่ที่ 1,500 เยน ส่วนเมนูอื่นก็ตามเมนูข้างบนเลย ใครอยากจัดอุนิ หรือหอยเม่นก็มีให้ลอง โดยราคาก็ประมาณ 3,500 เยน ครับ

ตรอกเข้าร้าน และด้านหน้าร้าน

รอแปปเดียวก็ได้มาแล้ว ข้าวหน้าปลาแซลมอน แบบล้นๆ รสชาติก็ไม่ต้องพูดมาก ทานตรงตลาดปลาขนาดนี้ อร่อยสดฟินตามระเบียบครับ !!  ใครมาคนเดียวเหงาๆ คุณลุงเจ้าของร้านก็ใจดีถ่ายรูปให้ด้วย รู้ใจอีกคุ้นนนลุงงงง

ข้าวหน้าแซลมอนชิ้นโต อิ่มเบาๆ มื้อเที่ยงนี้


.

II. กินคาวต้องกินหวานต่อ กับคาเฟ่ช็อคโกแลตๆ

เคยมีคนบอกมาว่าท้องเราสามารถแยกของคาวกับของหวานได้ แม้จะอิ่มแปล้แล้ว งั้นไปต่อจ้า เดินจากตลาดปลาประมาณ 3 นาที จากทางเข้ารูปล่าง จะเจอ Cafe ที่มีชื่อว่า Bean to Bar SATURDAYS อาคารตกแต่งสีดำขาว โทนอบอุ่น พนักงงานเป็นมิตร เป็นร้านที่เน้นไปทาง Chocalate เป็นหลัก มี chocolate bar หรือชอคโกแลตแท่งให้เลือกมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะบอกระดับความขม ความเปรี้ยว บลาๆ ซึ่งทางร้านเขาผลิตกันเอง เรียกว่าเป็น Homemade เลย

ปากทางเข้านะ เดินเข้าซอยนี้ตรงข้ามตลาดปลาเข้าไป

หน้าร้าน Saturday วันหยุดจะคนเยอะเป็นพิเศษ 

ในร้านมีสาวๆญี่ปุ่น มาทานกันเต็ม

เครื่องดื่มที่ร้านแนะนำ มี 2 ตัวด้วยกัน อย่างแรกเลย The Chocolate Shake เป็นชอคโกแลตปั่น โปะด้วย วิปครีมสองก้อนเบาๆและราดชอคโกแลตปิดท้าย  รสชาติ นุ่มมากกกกก หวานกลางๆ ไม่แหลมคอ ถือว่าเด็ด  ราคา 650 เยน

ตัวนี้เลยครับ เด็ด 

ส่วนอีกอย่างคือ Coffee (yokoi) เป็นกาแฟชอคโกแลต สำหรับคนอยากดื่มกาแฟ รสชาติกาแฟดำนั่นเอง แต่ทางร้านจะให้ช็อคโกแลตแท่งจิ๋วมาสองแท่ง ต้องกินคู่กันเพื่อความนัว (เขาบอกมา 555) คงเหมือนน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋  ราคา 450 เยน

นอกจากเครื่องดื่มที่ร้านแนะนำแล้ว มีขนมอีก 2 อย่าง (อันนี้อยากกินเอง) นั่นคือ Woopie Pie ตรงกลางมีแมชมาโล่ อร่อยดี  ราคา 250 เยน กับ Brownie เป็น Mocha ส่วนตัวขมไปหน่อย แล้วแต่คนชอบด้วย ผมชอบกินอันแรกมากกว่า  สนนราคาที่ 400 เยน

เซ็ตกาแฟดำกับช็อคโกแลตคู่กันนัวๆ

Woopie pie เบาๆ อร่อยอยู่

บราวนี่ ช้อคโกแลตแน่นปั๊ก อาจขมไปสำหรับคนที่ชอบหวาน

จบแล้วครับสำหรับการเดินเล่นแถวตลาดปลานิโจ ตัวตลาดเล็กครับพูดเลย เดินเล่นชิลๆได้ แต่ใช้เวลาแปปเดียว ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็เกลี้ยงแล้ว (รวมกินข้าว) แต่ถ้าไปนั่งเล่นร้านกาแฟต่อ เม้ามอย ถ่ายรูปเล่นก้อยาวๆไปได้จ้า ถือเป็นบ่ายๆของวันที่ได้พักผ่อนจริงๆครับ

 


มาสรุป ค่าเสียหายกันหน่อย:

  • รถไฟ : 200 เยน (ขาไปอย่างเดียว ส่วนขากลับเดินเอาจ้า อิ่มแล้วต้องเดิน)
  • ข้าวหน้าแซลมอน : 1620เยน (ราคาในเมนู1500 แต่มีvat8%)
  • Café Saturday : 1750 เยน
  • รวม : 3570 เยน

 

ปล. ลาไปกับหนุ่มเสริฟญี่ปุ่นสุดหล่อ เอาใจสาวๆ กับเซตที่สั่งจัดเต็ม และกินคนเดียว !!

 


ข้อมูลร้านค้า

ตลาดปลานิโจ
เวลาทำการ : 7:00 น.-18:00 น.
ย่านร้านอาหาร 6:00 น.-21:00 น.
*อาจแตกต่างไปตามแต่ละร้าน

.

Saturday Chocolate Factory Cafe
เวลาทำการ : 10:00 – 18:30
วันหยุด : ทุกวันพุธ

.

.

Discover Cool Things !

Trippino HOKKAIDO


อ้างอิง
*http://www.sapporo.travel/find/shops/nijo_fish_market/?lang=th

Blog Search

Category

Recent Posts

Archive

เวอร์ชั่นใหม่ มุ้งมิ้ง ข้อมูลแน่นกว่าเดิม

Instagram