05.17 2019

ส่องแซลมอน ที่ Chitose Salmon Aquarium สายแซลมอนห้ามพลาด!

ครั้งนี้ Trippino จะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับแซลมอนกันที่ “ชิโตเสะ แซลมอน อควาเรียม” กันครับ


.
เพื่อนๆชอบกินแซลมอนกันไหม? จะเห็นว่าอาหารทะเลบนเกาะฮอกไกโดนั้นมีหลากหลายมาก และแซลมอนก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่แซลมอนเรียกว่า “บ้าน” เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกๆปี แซลม่อนนับร้อยตัวจะอพยพมาที่แม่น้ำชิโตเสะเพื่อวางไข่ ซึ่งแซลมอนส่วนใหญ่ของฮอกไกโดเป็นแซลมอนที่เติบโตในธรรมชาติ แต่ก่อนที่ชาวญี่ปุ่นจะอพยพมาอยู่บนเกาะฮอกไกโดนั้น ชาวไอนุที่อาศัยอยู่ที่ฮอกไกโดมาก่อนแล้ว และชอบกินแซลมอนกันเป็นชีวิตจิตใจ จนถึงกับมีการจัดเทศกาลแซลมอนทุกๆปี และแน่นอนว่าแซลมอนก็เป็นเมนูยอดฮิตของฮอกไกโด เช่น แซลมอนซาชิมิ หรืออิชิคารินาเบะ (หม้อไฟแซลมอน) บางคนถึงกับยกให้ฮอกไกโดเป็น “ดินแดนแซลมอน”

ในช่วงปีค.ศ. 1950 แม่น้ำโทโยฮิระซึ่งเป็นแมน้ำหลักที่ไหลไปสู่ซัปโปโร ถูกปนเปื้อนน้ำเสียจากการก่อสร้าง ส่งผลให้จำนวนของแซลมอนลดน้อยลง แต่ในปัจจุบันแซลมอนในธรรมชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น ถึงขนาดที่เพื่อนๆสามารถเห็นแซลมอนว่ายอยู่ตามแม่น้ำของเมืองซัปโปโรได้เลยทีเดียว ซึ่งในช่วงต้นเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน เราจะได้เห็นแซลมอนตามแม่น้ำในเมือง เช่น แม่น้ำโคโตนิไปจนถึงแม่น้ำฮัสสะมุ และที่แม่น้ำโทโยฮิระ ไปจนถึงแม่น้ำโฮชิโอะคิ

นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์แซลมอนในเมืองซัปโปโรอยู่ที่ เขตมาโคะมิไน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการกลับมาของปลาแซลมอนในซัปโปโร การเข้าชมพิพิธภัณฑ์นั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และยังได้เห็นแซลมอนสายพันธ์ุต่างๆ รวมถึงได้เห็นการวางไข่ของแซลมอนอีกด้วย


ด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับแซลมอน เราจึงไปที่ชิโตเสะแซลมอน อควาเรียม ของเมืองชิโตเสะ ที่ได้ถูกขนานนามว่าเป็น “บ้านของปลาแซลมอน” และอควาเรียมนี้เป็น 1 ในอควาเรียมญี่ปุ่นที่ทั้งใหญ่และมีน้ำทะเลที่สะอาดด้วย

 แม่น้ำชิโตเสะ

อีกไฮไลท์ของการเดินทางนี้คือ “แม่น้ำชิโตเสะ” การจะไปที่แม่น้ำนี้ก็ง่ายมาก เมื่อถึงสถานีชิโตะเสะและให้ใช้ทางออกฝั่งตะวันตก มุ่งหน้าไปยังทิศใต้ประมาณ 5 นาที ก็จะถึงแม่น้ำชิโตเสะ ซึ่งต้นน้ำมาจากทะเลสาบชิโคทสึ ที่ไหลผ่านชิโตเสะไปยังแม่น้ำอิชิคาริ ซึ่งเป็น 1 ในแม่น้ำสายหลักในฮอกไกโด ที่ไหลลงไปที่ อ่าวอิชิคาริ (บริเวณทางเหนือของซัปโปโร) ที่ชอบเพราะมีทางเดินเลียบแม่น้ำที่เงียบสงบและเดินเพลินๆไปพร้อมกับชมธรรมชาติกลางเมืองได้พร้อมๆกัน และยังมีทางเดินอุโมงค์ใช้ข้ามถนน แต่ถ้าเพื่อนๆปั่นจักรยานมาก็สามารถใช้เส้นทางตรงกันข้ามเพื่อไปยังทะเลสาบชิโคะทสึได้ น้ำในแม่น้ำใสมาก บริเวณริมแม่น้ำมีหญ้าที่ขึ้นปกคลุมตลอดทาง และจะเห็นผู้คนมาตกปลาริมแม่น้ำ แต่เมื่อมาถึงก็จะสะดุดตากับที่จับปลาแบบกังหัน ซึ่งจะมีตะกร้าหมุน เพื่อเอาไว้จับปลา

.


ก่อนที่จะตรงไปที่อควาเรียม เรามาเดินเล่นรอบๆอควาเรียมก่อน บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนในวันหยุด และอีกฝั่งของอควาเรียมนั้นเป็น Salmon Park ที่มีร้านอาหาร,ตลาดชาวประมงท้องถิ่น,และบูทขายงานศิลปะทำมือ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของชาวไอนุ ในช่วงเดือนตุลาคมก็จะตกแต่งด้วยเทศกาลวันฮาโลวีน เพื่อนๆสามารถซื้อฟักทองจิ๋วเพื่อนำมาตกแต่งหรือเป็นของที่ระลึกได้

สำหรับเพื่อนที่เที่ยวฮอกไกโดโดยการขับรถ เราอยากแนะนำจุดพักรถ Michi no Eki ที่จะรวมข้อมูลจุดเที่ยวชมและสินค้าท้องถิ่น ที่ตั้งจะอยู่บริเวณทางด่วนหลักขาออกจากเมือง Salmon Park ที่อยู่ห่างจากสถานีชิโตเสะเพียงแค่ 1 กิโลเมตร และยังสามารถไปสถานที่ต่างๆได้โดยใช้ขนส่งสาธารณะ

บริเวณที่เราเดินมานี้มีร้านขายของกินกลิ่นหอมชวนหิวตลอดทาง โดยเฉพาะร้าน ยากิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่าง) แต่ก่อนที่เราจะเสียเงินให้กับยากิโทริ จึงตัดสินใจเดินมาอีกที่นึง หวังว่าจะเป็นเส้นทางที่คนน้อยกว่า เป็นส่วนของด้านหลังอควาเรียม จะมีสถานที่พักผ่อนเล็กๆและบ่อน้ำที่มีแซลมอนและต้นไม้ฤดูใบไม้ร่วง ตรงนั้นจะมีสะพานข้ามแม่น้ำที่คนส่วนใหญ่จะมาดูการทำงานของกังหันน้ำ และถ้าสังเกตในแม่น้ำดีๆก็จะเห็นฝูงปลาแซลมอนที่ว่ายอยู่ในแม่น้ำ แต่ด้วยสีของปลาแซลมอนกลมกลืนไปกับน้ำในแม่น้ำจึงเป็นเหมือนการพรางตัวทำให้เห็นได้ยาก

.


ถึงเวลาแล้วที่จะเข้าไปเรียนรู้เรื่องราวของแซลมอน ค่าเข้า (ผู้ใหญ่) ราคา 800 เยน แต่ถ้าซื้อตั๋วผ่านทางออนไลน์ก็จะได้ส่วนลด 200 เยน แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ซื้อผ่านเว็บไซต์มา จึงมาซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์แทน และราคาสำหรับเด็กก็ถูกกว่าด้วย

ที่นี่มีหลายอย่างให้ได้เห็นและเรียนรู้ มีข้อมูลต่างๆอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย รวมถึงได้ประสบการณ์สัมผัสปลาในน้ำและให้อาหารปลา ผมไม่คิดว่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับแซลมอนมากขนาดนี้ ถึงข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ที่อควาเรียมมี Free wifi ให้ใช้และสามารถดาวน์โหลดแอพที่สามารถแปลภาษา โดยการใช้กล้องบนมือถือสแกน นอกจากนี้ยังมีล็อกเกอร์ฝากของและทางสำหรับรถเข็นเพื่อความสะดวกสบาย


พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 โซน ด้านบนสุดเป็นโซนแรก ซึ่งเป็นโซนการเรียนรู้ ถึงประวัติของแซลมอนในเมืองชิโตเสะและร่างกายของแซลมอน มีหน้าจอที่แสดงการเคลื่อนไหวของปลา แต่น่าเสียดายที่โซนนี้ไม่มีข้อมูลในแอพแปลภาษาให้ได้อ่าน แต่สำหรับคนที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น โซนนี้ก็จะน่าสนใจอย่างมาก ซึ่งจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการวางไข่ของแซลมอน,ส่วนต่างๆของแซลมอนที่สามารถนำมาทำอาหาร และมีแม้กระทั่งเครื่องที่ปรินต์สูตรการปรุงแซลมอน ซึ่ง Google Translate สามารถแปลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

ลงมาที่โซนข้างล่าง เป็นการจัดแสดงปลาหลายประเภท มีตั้งแต่ปลาขนาดใหญ่ไปจนถึงตัวอ่อนปลาแซลมอน, อลาสกาแซลมอน, ปลาฮิเมะมะซุ และแซลมอนสายพันธ์อื่นอีกเยอะมาก เราเดินต่อไปยังโซนที่มีบ่อสำหรับจับปลาได้และบ่อสำหรับตกล็อบสเตอร์น้ำจืด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำอะไรแบบนี้ และยังมีโอกาสที่ได้สัมผัสว่าปลาแซลมอนโตเต็มวัยหนักแค่ไหน แต่ที่เราคิดในตอนน้ันคือ พวกเราจะกินแซลมอนได้มากสุดเท่าไหร่ เดินมาอีกนิดจะเป็นที่สำหรับให้อาหารปลาจากด้านบนของบ่อ แต่ควรระวังที่จะไม่ให้อาหารปลามากเกินไป ซึ่งที่นี่จะกำหนดปริมาณอาหารปลาโดยใช้ตู้กาชาปองในการกำหนดปริมาณ นอกจากนี้เราจะได้เห็นปลาคาร์ฟที่เลี้ยงรวมกันกับปลาแซลมอน และขนาดตัวก็ค่อนข้างใหญ่พอๆกัน

.


ส่วนสุดท้ายของอควาเรียมที่มีความโดดเด่นกว่าที่อื่นคือ จอที่แสดงการถ่ายวิดีโอใต้น้ำ และมีการอธิบายว่าเป็นการถ่ายที่มาจากใต้แม่น้ำชิโตเสะ ทำให้เห็นการไหลของน้ำและเห็นปลาแซลมอนว่ายในแบบระยะใกล้ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างดูแซลมอนด้วยความสนใจ และโชคดีมากที่พวกเราได้เห็นแซลมอนตัวใหญ่ว่ายอยู่ท่ามกลางปลาตัวเล็กๆ แต่ถ้าหากว่าเพื่อนๆมาแต่ไม่มีโอกาสได้เห็นปลาแซลมอน ก็จะมีวิดีโอที่สามารถเห็นปลาแซลมอนจำนวนมากว่ายผ่านแม่น้ำให้ได้ดู พวกเรามาที่นี่ก็เป็นช่วงอพยพวางไข่ของแซลมอนพอดี (ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เดือน ต.ค.-พ.ย.) และจึงได้เห็นการว่ายทวนกระแสน้ำของแซลมอน แต่ถ้าหากเพื่อนมาในช่วงเดือนธันวาคม ก็จะเป็นช่วงการวางไข่ของแซลมอน เพราะฉะนั้นเพื่อนๆสามารถเลือกได้ว่าอยากมาในช่วงเวลาไหน

หลังจากที่บอกลาเจ้าปลาแซลมอนแล้ว เราตั้งใจว่าจะเดินสูดอากาศเย็นๆของฤดูใบไม้ร่วงสักพักก่อนที่จะเดินทางกลับซัปโปโร และโชคดีที่ร้านยากิโทริยังขายอยู่ จำนวนคนที่ต่อแถวซื้อก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในการรอซื้อ แต่เมื่อได้ทานแล้วก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ยืนรอเลยครับ มันอร่อยมากก ไม่มีอะไรจะมาแทนการได้ทานไก่ย่างในช่วงเย็นของฤดูใบไม้ร่วงอีกแล้ว เลยแอบรู้สึกเสียดายที่ซื้อมาแค่ 2 ไม้เองครับ ฮ่าๆ


ข้อมูลเพิ่มเติม
เที่ยวชมปลาแซลมอน : http://www.sapporo.travel/choose/keywords/salmon-running/?lang=en
พิพิธภัณฑ์ แซลมอน ซัปโปโร : https://salmon-museum.jp/english/e_index.html
ชิโตะเสะ แซลมอนอควาเรียม : https://chitose-aq.jp/

—————————————————————————————






Discover Cool Things!
Trippino HOKKAIDO




APP DOWNLOAD:

iOS : http://goo.gl/Qf5daP
Android : http://goo.gl/AxcjHG

Blog Search

Category

Recent Posts

Archive

เวอร์ชั่นใหม่ มุ้งมิ้ง ข้อมูลแน่นกว่าเดิม

Instagram