09.26 2018

Road Trip : ซัมเมอร์ไม่ซ้ำใคร ในฮอกไกโดตะวันออก (1/2)

.

ฮอกไกโด เกาะใหญ่อันดับ 2  ของญี่ปุ่น ที่แค่เที่ยวครั้งเดียว หรือฤดูเดียวก็ไม่เพียงพอแน่ๆ พวกเรา ทริปปิโน่ ได้มีโอกาส เช่ารถเดินทางแบบ Road Trip ไปยังสถานที่ๆ น้อยคนจะรู้จัก แต่เป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นยอดของฮอกไกโด ไม่สิ เรียกว่าของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ หลายๆ ผลผลิต ทางการเกษตรของที่นี่ ไม่ว่าจะพืชผัก หรือผลิตภัณฑ์จากนมนั้นมีคุณภาพที่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองยังยอมรับ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ก็ไปเที่ยวด้วยกันกับเขตโทคาจิ กันครับ

ครั้งนี้เรามีโอกาสเดินทางจากดอนเมือง ด้วยสายการบิน Thai AirAsia X ที่ออกเวลาดึก ไปถึงเช้า เวลาดี 23:55-08:40 ไฟลท์ XJ620 บินตรงจากดอนเมืองสู่ซัปโปโรทุกวัน เดินทางแค่ 6 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงเกาะฮอกไกโดแล้ว  เช็คอินเสร็จก็ขึ้นเครื่องแล้วก็เตรียมพักผ่อนได้เลย อ้อ เขามี quite zone ด้วยนะครับ เป็นโซนที่ไม่มีเด็ก จ่ายเพิ่มนิดหน่อย แต่ได้นั่งด้านหน้าขึ้น เงียบสงบ มีการปรับไฟให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย เราได้นั่งกันโซนนี้ชอบมากๆ หลายๆ คนยังไม่รู้ โซนเงียบนี้อยู่ด้านหน้าเลย รู้สึกนิ่ง ดีมากๆ ครับ เครื่องขึ้นปุ๊ป หลับปั๊ป สบายยาว ได้หลับเต็มที่ มืดสนิท

พอใกล้ถึง สักสองชั่วโมง ก็เริ่มจำหน่ายอาหาร หรือแจกอาหารที่เราได้สั่งเตรียมไว้นะครับ ก็ได้หลับเต็มอิ่มซะขนาดนี้ พร้อมลุย Road Trip กันล่ะ

ที่นั่งสบายเลย สำหรับคนสูง 175 ซม อย่างผม


.

มุ่งสู่ Tokachi Millenium Forest

จากสนามบินชินชิโตเสะ เรามุ่งหน้ากันไปที่เขตโทคาจิกันเลย ขับรถแค่ 2 ชั่วโมง ก็ถึงสวน Tokachi Millenium Forest เป็นสวนในป่าใหญ่ ของเอกชน เปิดให้เข้าชมได้ในช่วงหน้าร้อน ยกเว้นฤดูหนาว ที่นี่เป็นที่ของหนังสือพิมพ์โทคาจิ โดยเดิมใช้เป็นป่าสำหรับปลูกต้นไม้เพื่อทำกระดาษครับ ไกด์เล่าว่าพอทำไปทำมา ยิ่งถางหญ้าไปเท่าไหร่ก็มีเหล่าดอกไม้ ต้นไม้แปลกๆ เริ่มโผล่ขึ้นมา และดอกไม้ป่าบางดอกก็มีพิษด้วยนะ ดูได้อย่างเดียว อย่าจับนะจ๊ะ

 

ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้ทำ เช่น segway, ทำชีส ฯลฯ แต่ต้องจองล่วงหน้า เรามากันแบบชิลๆ เน้นเดินชมสวนถ่ายรูปวิวดีๆ แต่เสียดายหน่อย คือว่าวันที่มาถึงอากาศไม่เป็นใจนัก ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน ต้องคอยพกร่มเดินไปตลอดครับ อยากบอกว่าสวนของที่นี่ไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์สวยงาม หรืออะไรก็ตามที่ปลูกเยอะๆ เป็นสีๆ ถ้าคิดแบบนี้อาจรู้สึกเฟลได้นะ แต่จะเป็นการปลูกจัดสวนที่ดูเหมือนไม่ได้จัดไว้ แต่จริงๆ แล้วได้วาง ออกแบบเอาไว้แล้ว เกี่ยวกับสีสัน ระดับของต้นไม้ ให้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติที่สุดครับ ซึ่งที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดสวนของโลกที่เรียกว่า SGD Award 2012 ด้วยนะ  คือสวน MEADOW GARDEN และ EARTH GARDEN

สวน MEADOW GARDEN  ที่ชนะการประกวด

ด้วยความที่กว้างมากกกกก เลยต้องหาอะไรทานก่อน มีคาเฟ่น่ารักๆ กับอาหารหน้าตาดูดีที่ทางตา และอร่อยอย่างไม่คาดคิด จริงๆ หากมีเวลา มานั่งเขียนอะไรเล่นๆ หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดสักหน่อย ก็น่าจะเหมาะกับที่นี่ครับ  เราได้เดินตัดสวน EARTH GARDEN ที่จัดทำเป็นเนินเขียวสวย ในหญ้าระดับที่เดินแล้วรู้สึกสบายเท้า พร้อมชมงาน Art แบบกลางแจ้ง ตัดเข้าไปในสวนป่า  ที่คงความป่าจริงๆ แต่รู้สึกเย็นสบายสดชื่นมากๆ หากต้องการมาเดินเล่น ชมสวนแล้วละก็ที่นี่ก็น่าแวะมาอีกแห่งหนึ่งครับ  น่าจะใช้เวลาเที่ยวเล่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง

อาหารที่อร่อยทั้งหน้าตา และรสชาติ

สวน EARTH GARDEN ที่ชนะการประกวด (จริงๆ มีงาน art วางกระจัดกระจายอยู่)

ทางเข้า Forest Garden ที่คือป่าจริงๆ มีลำธาร น้ำใสปิ้ง


 

พักโรงแรมชื่อดังของเมืองนี้ Tokachigawa Onsen Daiichi Hotel

หลังจากเดินเล่นแล้วเราได้ขับรถต่อเพื่อ เข้าพักโรงแรมโทคาจิกาวะ ออนเซ็น ไดอิจิ โฮเทล โดยโรงแรมย่านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพน้ำแร่ออนเซ็น ที่เขาบอกเลยว่ามีที่เดียวในญี่ปุ่น เรียกว่า moor onsen คือ ออนเซ็นที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ แล้วได้น้ำแร่สีชา มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิว คือ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิว ระหว่างแช่ผิวจะลื่นๆ พอขึ้นออนเซ็นมาแล้วผิวก็จะลื่นๆ ไม่แห้งเหมือนเราอาบน้ำร้อน ช่วยให้ผิวเนียนสวยได้ครับ

ห้องพักกว้างมาก และมีอ่างแช่ออนเซ็นตรงระเบียง โอ้วว

วิวจากห้องพัก

ห้องพักของที่นี่มีมากมายมาก เราได้พักห้องแบบมีออนเซ็นส่วนตัวที่ระเบียง พร้อมชมวิวของแม่น้ำ Tokachi River คืนแรกเรียกว่า บินมาเหนื่อยๆ มาเจอโรงแรมดีๆ พร้อมออนเซ็นแสนวิเศษแบบนี้ เรียกว่าคุ้มกับการมาเป็นอย่างมากครับ คือ แค่แช่ออนเซ็นก็ฟินแล้วอะ

 

นอกจากออนเซ็นแล้ว ห้องอาหารก็น่ากินไม่แพ้กัน เรียกว่ากำลังไดเอทอยู่มีหลุดแน่นอน เพราะจากที่เกริ่นไปแล้วว่าเขตโทคาจินี้ เป็นครัวของญี่ปุ่น มีแต่ของอร่อยๆ เต็มไปหมด ใครไม่กินผักเหรอ ลืมไปได้เลยผักเมืองไทย ที่นี่ อร่อยมาก โดยเฉพาะมะเขือเทศ หรือผลิตภัณฑ์จากนม  เช่น แรคเลทชีส ที่เอามาโปะผัก หรือบาแก็ต แค่นี้ก็อร่อยเหาะแล้ว ส่วนอาหารเช้านั้นจะเปลี่ยนห้อง มีของทานเยอะมากกก ชอบไลน์ขนมปังเป็นพิเศษ เหมือนกับยกร้านขนมปังมาให้เลือกกันทีเดียว อ้อ ขอบอกก่อนว่าแป้งทำขนมปังที่โทคาจินี้ อร่อยมากนะ

ชีสแรคแลตที่เอามากินหลายรอบ อิอิ (จานขาว)

ไลน์ขนมปังในมื้อเช้า เยอะมากๆ


 

แช่ Moor Onsen ร่วมกันได้แบบไม่ต้องอายที่ Garden Spa Tokachigawa Onsen

ย่านนี้ นอกจากจะมีโรงแรมที่เต็มไปด้วยออนเซ็นแบบญี่ปุ่น ที่ต้องเปลือยหมด และแยกเพศแล้ว ยังมีสถานที่สำหรับผู้ที่มากับครอบครัวอยากลงแช่น้ำร้อนด้วยกัน ในแบบสระน้ำออนเซ็น แบบไม่ต้องเปลือยกาย มีชุดสำหรับแช่ออนเซ็นให้เช่าครับ เหมาะสำหรับพ่อแม่ลูก มาเล่นน้ำแร่กัน แต่ได้คุณภาพน้ำแร่ที่ดี ในสายน้ำแร่แห่ง moor onsen นอกจะจะเป็นสระน้ำแล้ว ยังมีร้านขนม ร้านของฝาก มีบริการให้เช่าจักรยาน หรือจะเป็นจุดพักรถได้อีกด้วย คือ Garden Spa Tokachigawa Onsen นะครับ


 

สู่ Lake Kussharo พายแคนู สัมผัสธรรมชาติอันลี้ลับยามเย็น และเซอร์ไพรส์จากไกด์ 

เราออกจาก ย่านโทคาจิออนเซ็น ไปที่ทะเลสาบคุชชาโระ ใช้เวลาขับรถประมาณ 2:30 ชั่วโมง เพื่อไปพาแคนูต่อที่ทะเลสาบนี้ ทะเลสาบคุชชาโระเกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟ กลายเป็นแอ่งน้ำ และเป็นต้นสายของแม่น้ำคุชิโระด้วย ความพิเศษคือ เป็นทะเลสาบที่น้ำใสมากกกก แม้ฝนจะตก น้ำก็จะไม่ขุ่นเลย  เรานัดไกด์จาก Somokuya เพื่อพายแคนูช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลา ที่โรแมนติก และแสงดีมากครับ 

เริ่มแรกไกด์ชาวญี่ปุ่นจะทำการอธิบายขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการพายแคนู ซึ่งเรียกว่าแคนาเดียนแคนู หลังจากเช็คความปลอดภัย สอนอะไรต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็ลุยกันเลย  จริงๆ เราล่องไปมากกว่าครับ เพราะรอบข้างอากาศดี สวยงามมากๆ โดยเฉพาะจุดที่เรียกว่า mirror room เป็นจุดตาน้ำ ที่น้ำเย็นมากๆ จนมีไอเย็นลอยขึ้นมา เรียกว่าสวยจนตะลึงเลยนะ ต้องมาเห็นด้วยตาจริงๆ 

จุดนี้ยอมอะ สวยมากกก Mirror Room น้ำใสสุดยอด

 

ทัวร์นี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และเซอร์ไพรส์ที่ทีมเราคาดไม่ถึงคือ การแวะห้อง tea time พร้อมขนมอบแสนอร่อยจากร้าน somokuya (เขาเปิดเป็นร้านกาแฟด้วย) ไกด์ใช้ไม้พายวางขวางเป็นโต๊ะ สำหรับวางขนม และชากาแฟ (เลือกได้) และกินดื่มกันในบรรยากาศกลางแม่น้ำคุชิโระแบบนี้ เรียกว่าคุ้มกับการมาพายมากครับ 

รถที่พาเรากลับมายังร้าน Somokuya


 

เข้าพักผ่อนโรงแรม Kussharo Prince Hotel 

โรงแรมปริ้นซ์โฮเทล เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ในย่านนี้ มีออนเซ็นรวมชั้นล่าง และเคาท์เตอร์แนะนำกิจกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละฤดู เช่น พายแคนูที่ไปมาก็สามารถจองได้จากที่โรงแรมนี้ หรือทัวร์ดูดาว ดูทะเลหมอกในยามเช้าก็ติดต่อได้เช่นกัน และเราก็ไม่พลาดที่จะร่วมทัวร์ทะเลหมอกของที่นี่ครับ  ที่นี่ ทุกห้อง ออกแบบให้หันมองลงสู่ทะเลสาบคุชาโระได้ เราโชคดีได้พักชั้นที่สูงที่สุด คือ ชั้น 8 ทำให้ได้มองวิวได้อย่างเต็มๆ ตา

วิวแบบนี้มองยังไงก็ไม่มีเบื่อเลยครับ 

คืนนี้พักที่นี่ และทานอาหารบุฟเฟต์คุณภาพสูงจัดเต็มเช่นเดิม สิ่งที่ชอบเลยคือ ห้องอาหารกว้างมาก เพดานสูงมากๆ มีอาหารให้เลือกมากมาย และมีมุมให้ทำข้าวหน้าปลาดิบทานเองด้วย จะรออะไรล่ะ คืนนี้ก็จัดเต็มเช่นเดิม แต่บอกไว้ก่อนว่า คืนนี้ต้องรีบนอน เพราะอย่างที่บอกไป เรามีนัดทัวร์ชมทะเลหมอกรอบเช้ากับแขกที่พักคนอื่นๆ ครับ โดยจะออกจากโรงแรมเวลา 04:30 เช้ามากๆ เพราะที่ญี่ปุ่นพระอาทิตย์ขึ้นเร็ว เลยต้องรีบทานรีบนอนเอาแรงก่อน 

ข้าวหน้าปลาดิบทำเอง ที่ชอบอะไรก็ตักๆ ใส่ชามได้เองเลย


 

สำหรับตอนแรกนี้ ขอพักไว้แค่นี้ก่อน ต่อตอนจบ มาดูกันว่าเราจะได้เห็นทะเลหมอกอันตระการตา และไปทำอะไรต่อที่ไหนกันอีกในฮอกไกโดตะวันออกนะครับ  ー>อ่านตอน 2 คลิกเลย

.

.

ข้อมูลสถานที่ต่างๆ

① Tokachi Millennium Forest
เวลาเปิด : 9.00 – 18.00 น.

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก 500 เยน
web : http://tmf.jp/language/eng/

 

② TOKACHIGAWA ONSEN DAIICHI HOTEL
web : https://www.daiichihotel.com/

 

③ Garden Spa Tokachigawa Onsen 
เวลาเปิด : 9.00 – 19.00 น. (ศ, ส, อา เปิดถึง 20:30)
ค่าเข้าออนเซ็น : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 600 เยน
web : http://www.tokachigawa.jp/

 

④ SOMOKUYA
พายแคนูพร้อมไกด์ : 5,500yen (2 ท่านขึ้นไป) จองผ่านเพจได้เลย
web : https://www.facebook.com/somokuya/

 

⑤ KUSSHARO PRINCE HOTEL
web : https://www.princehotels.co.jp/kussharo/

 

.

.

Discover Cool Things! 

Trippino HOKKAIDO

Blog Search

Category

Recent Posts

Archive

เวอร์ชั่นใหม่ มุ้งมิ้ง ข้อมูลแน่นกว่าเดิม

Instagram